Trip review

Lost in Vietnam EP.2 .1 Dalat

Review South Vietnam Trip EP.2 Dalat 0.1

วันที่สอง รถนอนสุดspecial ที่เราไม่เคยนั่งมาก่อน และไม่คิดว่าจะนอนสบายขนาดนี้ มาถึงดาลัต เมืองที่เรารักมากๆ เป็นเมืองที่ใช้ชีวิตslow life ได้อย่างแท้จริง

รถมาจอดที่ท่ารถ คล้ายๆขนส่งบ้านเราอ่ะแหละ คือจะแนะนำว่าควรเช็คสภาพอากาศมาดีๆนะคะ เพราะว่าอย่างดาลัตเนี่ย หนาวจริงไม่อิงนิยาย ลงจากรถก็สัมผัสความหนาวที่ประเทศไทยโหยหามากๆ ดีที่เราเตรียมเสื้อกันหนาวไป แต่มันอยู่ในกระเป๋า…

พอลงรถตอน6โมงเช้า ซึ่งมันเช้ามาก ก็จะมีคนมาเสนอรถต่างๆ เราก็ยืนๆดูโรงแรมกันอยู่ก็มีลุงสองคนมาถามว่าจะไปไหน ก็ยื่นชื่อโรงแรมและที่อยู่โรงแรมให้ เค้าก็โอเคๆ ตามมา นี่ก็นึกว่าแท็กซี่ เปล่าค่ะ มอเตอร์ไซค์จ้า คือจะยกเลิกเค้าก็ไม่ทันแล้วไง เออ ก็ตกลงราคา จ่ายไปคนละ 40,000 ดอง ภาษาอังกฤษในเวียดนามค่อนข้างลำบากในการใช้ คุยกับคนธรรมดา หรือชาวบ้าน คือเค้าแทบไม่รู้เลยจริงๆ ก็เหมือนประเทศไทยนั่นแหละ แค่คุยราคายังสื่อสารกันผิดเลย

พอนั่งมอเตอร์ไซค์ใช่มั้ย คุณก็จะได้สัมผัสความหนาวแบบ10 10 10 ไปเลยจ้า แล้วตอนเช้านี่โคตรหนาว สั่นอ่ะ 5555555 แต่ก็รู้สึกดี คือเห็นพระอาทิตย์ขึ้นนิดๆ แล้วเมืองเค้าคือสวยมากๆ ถ้าพูดเวียดนามได้ก็จะไปอยู่ ชอบเมืองนี้มากจริงๆ เหมือนจำลองบ้านเมืองของยุโรปมาไว้ที่นี่ บวกกับอากาศเย็นๆ ฟินมากๆ รู้สึกตื่นเต้นไปหมด ทั้งๆที่ก็ยังง่วงอยู่ เห็นโบสถ์ บ้านสีลูกกวาด ดอกไฮเดนเยียร์ข้างทาง สวรรค์ในการหนีร้อนช่วงเดือนเมษายนมากๆค่ะ แต่เราไปปลายมิถุนายนซึ่งเป็นหน้าฝน… 55555

ก็วนหาโรงแรมกันอยู่สักพัก โอเค ลุงก็พาเรามาจอดหน้าโรงแรม แล้วเช้าขนาดนี้ ก็ยังเช็คอินไม่ได้นะคะ เราก็กดกริ่ง คือเหมือนปลุกพี่ที่เค้านอนเฝ้าโรงแรม 555555 รู้สึกผิดนิดหน่อย แต่ข้างนอกมันหนาว อากาศตอนเช้าวันนั้นน่าจะประมาณ 13 องศามั้งนะ พอเข้าไปก็โอเคยังเช็คอินไม่ได้ ก็นั่งรอตรงล็อบบี้นั่นแหละ โรงแรมที่ไปพักคือ Gia Khang Hotel คือเป็นโรงแรมเล็กๆที่ไม่ได้อยู่ในตัวเมืองมากเท่าไหร่แต่ดีมากๆๆๆๆๆ ราคาไม่แพงด้วย อ่าโอเค เราก็นั่งเล่น เค้าก็อำนวยความสะดวกให้เราเต็มที่ ห้องน้ำเอย ปลั๊กไฟชาร์จแบตเอย ต่างๆ ดีมาก วายฟายก็พร้อม  เราก็นั่งเล่นไปจนเบื่ออ่ะ ก็เลยออกไปเดินดูรอบๆคนเดียว เพราะเพื่อนขอหลับ คือเป็นเมืองที่ดูค่อนข้างปลอดภัย แบบเดินไปไหนก็รู้สึกว่าจะไม่โดนปล้น อากาศก็ดี พอใส่เสื้อกันหนาวก็เดินเล่นได้เรื่อยๆ ก็เลยเดินออกจากซอยโรงแรมไปทางโบสถ์ที่ตอนแรกผ่านมา ผ่านสถานที่ราชการอะไรไม่รู้ เพราะไม่มีภาษาอังกฤษบอกเลย แต่มีทหารเฝ้าตรงป้อมยามทางเข้า ตอนเช้าที่นี่รถไม่ค่อยเยอะ แต่วิถีชีวิตคนที่นี่ก็เหมือนที่ไทยมาก พ่อแม่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งลูกที่โรงเรียน คนเริ่มมาทำงาน มีร้านขายขนมปังที่เรียกว่า Banh Mi เป็นบาร์แก็ตที่มีไส้ซูปหมูเผ็ด กินอุ่นๆในอากาศเย็นๆกับกาแฟอร่อยดี  ราคาไม่แพงด้วย จำไม่ได้แล้วว่าเท่าไหร่ มีร้านข้าวราดแกง ร้านก๋วยเตี๋ยว  เราเดินไปอีกทางก็เจอแบบทางเข้าหมู่บ้าน ก็เดินไปดู เดินคนเดียวนี่แหละ เดินไปเรื่อยๆ เข้าซอยหมู่บ้าน คือเป็นหมู่บ้านที่ปลูกบ้านตามไหล่เขา ตามความสูงต่ำของพื้นที่ แต่ละบ้านสวยมาก เป็นบ้านที่มีพื้นที่ไม่เยอะ จะเน้นไปทางความสูงมากกว่า สองสามชั้นว่ากันไป แล้วเป็นสีพาสเทล ตรงระเบียงมีต้นไม้ดอกไม้ น่ารักมากๆ เหมือนยุโรปจริงๆ ดูเป็นเมืองที่เงียบๆ แต่ก็มีเสียงแตรอยู่ไม่ขาด ยกเว้นตอนกลางคืน คือเงียบจริงจัง

IMG_9029

IMG_9074

เดินเล่นไปสักพักก็เดินกลับ ไปชวนเพื่อนออกมาเดินเล่นด้วยกัน เดินไปในซอยโรงแรมนั่นแหละ ก็เป็นหมู่บ้านเล็กๆ เหมือนซอยในเกาหลีมาก เวลาดูซีรีย์แบบนี้ที่ต้องเดินขึ้นเนินในซอยกลับบ้าน 5555 เจอร้านขายเสื้อกันหนาวด้วย แล้วก็มีร้านขายอาหารเช้า ร้านที่วางเตาไว้ที่พื้น และนั่งเก้าอี้เตี้ยๆกินเฝอ อะไรแบบนี้  เราซื้อBanh Mi มากิน และเข้าคาเฟ่แถวๆโรงแรม สั่งกาแฟเวียดนาม คือมันขมมาก 5555555 ปกติเราชอบกินกาแฟอยู่แล้ว แต่มาเจออันนี้คือยอม มันเหมือนมีกลิ่นสมุนไพรอะไรสักอย่างอยู่ในกาแฟด้วยอ่ะ กินแล้วรู้สึกแปลกๆ แต่ก็เข้มมากเหมือนกัน

IMG_9022

ก่อนเข้าโรงแรม ก็เจอเจ้าหมาซามอยตัวยักษ์อยู่ที่บ้านข้างๆโรงแรม คือน่ารักมาก เราก็แวะเล่นกับน้องมา เป็นหมาที่จิตใจดี อยากเอากลับมาเลี้ยงเลย ><” เรากลับเข้ามาโรงแรมตอนเกือบๆ 10 โมง พอเข้ามา พี่ที่เคาท์เตอร์ก็บอกว่ามีห้องแล้ว เช็คอินได้เลย โอเค เย้ จะได้อาบน้ำนอนแล้ว ขอนอนก่อนแล้วตอนบ่ายๆไปเที่ยวต่อ ห้องที่นี่ดีมากๆ สะดวดสบายในราคาคนละประมาณ800บาทรวมสองคืน ที่นี่ไม่ต้องใช้แอร์เลย แค่น้ำอุ่นก็เพียงพอ ตอนกลางคืนอากาศเย็นกว่าตอนกลางวันมากๆ ผ้าห่มและเสื้อกันหนาวคือสิ่งจำเป็นมากๆค่ะ 5555555

20864499_1647200161989024_82782082_n เจ้าซามอยข้างโรงแรม แคปมาจากวิดีโอที่เราถ่ายส่งให้แม่ดู 555555

            ตอนบ่ายหลังจากนอนพักเอาแรงเรียบร้อยแล้วเราก็เริ่มเที่ยว โดยที่แรกที่เราไปคือ โบสถ์คาทอลิกนั่นเอง ซึ่งตอนนี้ถ่ายรูปได้แล้ว เพราะมีเพื่อนมาด้วย แต่ว่าเค้าปิดไม่ให้เข้าไปข้างใน เลยได้แต่เดินอยู่รอบๆ  แล้วก็คิดกันว่า จะไปไหนต่อดี ก็เลยเปิดGoogle หา เจอตลาดดาลัต โอเคไป เปิดแมปเอา 555555 ก็เดินตามไป ตอนแรกคือคิดว่าไกลมาก แต่พอลองเดินอีกรอบในวันที่3 ก็คิดได้ว่าใกล้กว่าสถานที่ที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นการเดินที่ปวดขามาก ไม่มีเหงื่อออกใดๆเพราะอากาศเย็นและฟ้าครึ้มมาก แต่เดินไปแล้วท้อว่าจุดหมายปลายทางอยู่ตรงไหน5555555555 ก่อนอื่นขอเล่าที่ตลาดดาลัตก่อน

IMG_9013

ถ่ายตอนเช้าที่นั่งมอเตอร์ไซค์ผ่าน

IMG_9085ถ่ายตอนบ่ายที่ตั้งใจเดินไป

   ตลาดดาลัตถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนกาดหลวง หรือตลาดวโรรสเลย เหมือนมากๆ มีเสื้อผ้า ของสดของแห้ง ดอกไม้ ต้นไม้ ผลไม้ ของต่างๆในเวียดนามเหมือนไทยมากๆ เสื้อผ้า ของใช้ ราคาพอคำนวณแล้วก็พอๆกับที่ไทย โดยส่วนตัวชอบตลาดต้นไม้ข้างถนนมาก คือดาลัตเป็นเมืองหนาว เหมาะแก่การเติบโตของต้นไม้พวก Succulent หรือพืชอวบน้ำ และที่นี่มีเยอะมาก สวรรค์ของเราสุดๆ มีร้านขายต้นไม่อยู่ 5-6 ร้าน Succulent เต็มไปหมด สวยมากๆ อยากซื้อกลับไทย มากๆ แต่ทำได้แค่มอง และถ่ายรูปมา แล้วก็ดอกไม้ที่นั่นดอกใหญ่มาก สวย เพลินกับการดูต้นไม้มากค่ะ อ่อแล้วก็ที่ตลาดดาลัต มีอะโวคาโดขายเยอะมากๆ ถ้าคนที่ชอบอะโวคาโดไปน่าจะฟินอยู่นะ

 

IMG_9115

ตอนเดินไปตลาดดาลัต ก็จะผ่านเมืองประมาณนี้

IMG_9117

รถสีเขียวๆนั่นคือรถแท็กซี่นะคะ ที่ไว้ใจได้คือ Vinasun กับ MailinhIMG_9121

CHO DALAT  เดาเอาว่า CHO น่าจะแปลว่าตลาด

IMG_9133

สวรรค์ของคนรัก เจ้า Succulent สวยๆ

IMG_9140

ดอกไม้เต็มไปหมดดด

IMG_9138

หลังจากเดินดูตลาดดาลัตแล้ว ก็เดินออกมาเจอหนองน้ำ และเห็นที่ปั่นเรือเป็ดอยู่ไกลๆ ซึ่งมันก็ไม่ใช่แนวเรากับเพื่อนที่จะไปปั่นเรือเป็ดกันสองคน มันเหมาะกับคนที่มาเป็นคู่ แบบ สร้างโลกสีชมพูกันสองคนเว้ย ซึ่งเราไม่มี… 5555555555 ก็เลยคุยกันว่าเราเดินกันเถอะ สำรวจแถวๆนี้ไปด้วย ก็เลยเดินเล่นตามทางที่เค้าทำไว้ให้เดิน ที่นี่จะออกแนวเป็นสวนสาธารณะและสถานที่ท่องเที่ยวไปในตัว แล้วก็จะมีรถม้าคอยให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่ด้วย แต่เรามั่นใจในการเดิน ความจริงคือไม่อยากเสียตังค์ 55555 ก็เลยเดินไปเรื่อยๆ และมันก็เรื่อยๆมากจริงๆ เดินไปด้วยความเชื่อที่ว่าเดียวมันต้องมีจุดข้ามไปอีกฝั่งนึงได้ แต่ว่าจุดนี้ต้องร้องเพลงไกลแค่ไหนคือใกล้แล้วล่ะ

‘แต่ทำไมเดินมาเนิ่นนานไม่ถึงสักที  แต่ทำไมมองดูเส้นทางเหมือนยาวออกไป อยากรู้ว่าฉันต้องทำตัวอย่างไร อีกไกลแค่ไหนจนกว่าฉันจะใกล้บอกที ‘

IMG_9153

บรรยากาศการปั่นเรือเป็ดที่ Ho Xuan Huong Lake

IMG_9170

IMG_9169

รถม้าเวียดนาม

IMG_9177

อีกไกลแค่ไหนจนกว่าฉันจะใกล้

เดินกันจนท้อ หันหน้ามามองหน้าเพื่อนแล้วถามกันว่าสรุปแล้วมันจะข้ามไปอีกฝั่งได้จริงๆหรอวะ 5555555555555555 สุดท้ายที่พึ่งหนึ่งเดียวคือgoogle map เพื่อนรัก และค้นพบความจริงว่าทะเลสาบนี้เป็นวงรีจ้า แต่เป็นวงรีที่กว่าจะวนครบรอบใช้เวลาเดิน2ชั่วโมง โอ้ยยย จุดนั้นคือขาตายไปเลย ไม่มีความร้อน แต่เมื่อยและหิวน้ำมากๆ เดินไปบ่นไป จะขึ้นแท็กซี่กลับอยู่หลายรอบ แต่ก็ขำไปด้วย คิดว่าทำไมกูต้องมาเดินแบบนี้ แต่เราก็เดินมาครบรอบจนได้ และโชคดีที่อีกฝั่งมีเก้าอี้ให้นั่ง เป็นสวนสาธารณะที่มีลานกิจกรรม และมีบิ๊กซีอยู่ชั้นใต้ดิน ตรงลานจะมีสถาปัตยกรรมแปลกๆที่ไม่รู้ว่าเอาไว้ทำอะไร อาจจะเป็นแลนด์มาร์คทำนองนี้อยู่ ช่วงเย็นๆคนเยอะมาก มาเดินออกกำลังกาย มาพักผ่อน มาซื้อของ บริเวณลานจะเห็นมีเด็กมาเล่นสเก็ตบอร์ด ส่วนตัวคิดว่าประเทศเวียดนามที่เป็นการปกครองแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์จัดการพื้นที่ส่วนรวมได้ดีมากๆ และทุกคนก็มาใช้พื้นที่ส่วนกลางอย่างคุ้มค่ามาก เราก็ยังคงเดินกันต่อเรื่อยๆ เริ่มเดินเวลาบ่ายสามโมง วนกลับมาถึงที่เดิมเวลาหกโมงเย็น ที่ช้าคือมัวนั่งพัก มองผู้คนผ่านไปผ่านมา

Untitled.png

นังทะเลสาบ Ho Xuan Huong ตัวดี 5555

IMG_9184

ลานอเนกประสงค์และบิ๊กซี

ที่สังเกตได้อีกอย่างหนึ่งคือ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนเวียดนามด้วยกันเอง อารมณ์เที่ยวเวียดนาม ใช้ของเวียดนาม แบบนั้นเลย 55555 คุ้นๆแฮะ  ช่างเถอะ สุดท้ายเราก็กลับมานั่งกินข้าวมันไก่ทอด ที่ทอดแบบแห้งจนเกือบแข็งตรงข้างซอยโรงแรม แต่ก็ถือว่ารสชาติโอเคอยู่ สุดท้ายเราก็กลับโรงแรม และอย่างที่บอกว่าที่นี่ตอนกลางคืนอากาศเย็นจนเรียกได้ว่าหนาว ไม่ต้องใช้แอร์ก็นอนหลับฝันดีได้ค่ะ

IMG_9189

ข้าวมันไก่ทอดที่ในเมนูเขียนว่าDeep fried

IMG_9196

IMG_9192

วิวตอนเย็นและตอนกลางคืนจากชั้น4 ของhostel

 

EP.หน้าจะไปเที่ยวอย่างจริงจังตามสถานที่แนะนำของเมืองดาลัต แต่ก็ยังคงความสโลว์ไลฟ์ของตัวเราเองไว้ไม่เปลี่ยน ขอบคุณที่ติดตามค่ะ J

 

 

 

Trip review

Lost in VIETNAM EP.1

Review ทริปเวียดนามใต้ {โฮจิมินห์ – ดาลัต – มุยเน่} 7 วัน 6 คืน

สวัสดีค่ะ ขอบอกก่อนเลยว่า ทริปนี้เป็นทริปวิบากกรรมค่ะ 555555 เพราะว่าเจอปัญหาตั้งแต่ตอนไป เราไปเวียดนามตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2560 ของสายการบินแอร์เอเชีย ขากลับของนกแอร์ค่ะ รวมค่าเครื่องไปสองคน ตกคนละประมาณ 2500 บาท กว่าๆ

โอเค วันแรก เราไปไฟลท์เช้า กลางคืนเราก็เช็คอินไป คือเพื่อนบอกว่าเช็คอินไปก็เข้าได้เลย เราก็หรอ เค ก็เชื่อมันจ่ะ 5555 ไปถึงสนามบินก็แลกเงิน ได้จับเงินหมื่นเงินแสนก็คราวนี้แหละค่า 5555 เงินเยอะมาก เราก็โอเค ไปที่ตม.ต่อ สรุป ตม.บอกว่าต้องไปเช็คอินที่เคาท์เตอร์อีกที คือเค้าจะมีใบคนเข้าออกอ่า เรียกแบบนี้ละกัน นั่นแหละ เราก็ต้องเสียเวลาอีกจ้า โอเค ในส่วนของเพื่อนเรานั้น พาสปอร์ตนางอายุไม่ถึง 6 เดือน และเจอปัญหาเค้าออกตั๋วให้ชื่อผิด ก็วุ่นวายกัน ผ่านตม.และเครื่องสแกนมาในเวลาที่เฉียดฉิวมา รีบวิ่งสุดแรงไปที่เกท แล้วเกทดันไกลสุด แล้ววิ่งพร้อมกับกระเป๋าเป้เกือบ5กิโล นี่ไม่ตลกนะคะ ถือเป็นการเปิดทริปที่สาหัสอยู่ค่ะ

โอเค เราก็มาขึ้นเครื่องได้ทัน ก็ใช้เวลาชั่วโมงครึ่งโดยประมาณ ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเตินเซินเญิ้ต(Cảng hàng không quốc tế Tân Sơn Nhất) คือคนก็ค่อนข้างเยอะเหมือนกัน เราก็ไปเข้าตม. โอเคเรารอดออกมา แต่เพื่อนเรามีปัญหาเรื่องอายุพาสปอร์ตค่ะ โดนกักตัวไว้ แล้วฟีลแบบเหมือนเราไปเกาหลีเหนือเลยอ่ะ เจ้าหน้าที่ชุดเขียว5555 จำแม่นมาก คือจุดนั้นเราก็หวั่นมาก เจ้าหน้าที่เค้าก็คุยกับเพื่อนเรา ว่าพาสปอร์ตอายุไม่ถึง3เดือนนะ คือปกติเวียดนามพาสปอร์ตต้องมีอายุถึง6เดือนนะคะ แต่เพื่อนเราก็ถือว่าโชคดีที่เจ้าหน้าที่เค้ายังยอมให้ผ่านแล้วบอกว่ากลับไปก็ไปทำใหม่ด้วยอะไรแบบนี้ เรารอเพื่อนอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ก็เสร็จ ออกมาซื้อ ซิมเปลี่ยน เราซื้อแบบที่เล่นอินเตอร์เน็ตได้อย่างเดียว แบบ unlimit 290,000 ดอง คิดเป็นเงินไทยประมาณ400กว่าบาท โคตรแพง แนะนำให้ออกมาซื้อข้างล่างของสนามบินนะคะ น่าจะถูกกว่า จากนั้นก็ตามรีวิวที่อ่านมา ขึ้นรถเมย์สาย 152 เข้าเมือง รถจะจอดอยู่ทางขวาสุดตอนที่เราเดินออกมาจากประตูสนามบิน ไปขึ้นเลยค่ะ ถูกมาก คนละ 5000 ดอง ประมาณ 7บาท ก็นั่งไป นาทีนั้นไม่รู้ด้วยว่าต้องลงป้ายไหน จนเหมือนกระเป๋ารถเมย์บอกฟามงูเหลา เราก็ลง แล้วเราก็ยืนเคว้งคว้างกันสองคนพร้อมกับคิดว่า มันใช่จริงๆหรอวะ 55555 จากนั้นเราก็ลองเดินๆแถวนั้น ตอนแรกคิดว่าจะหาอะไรกินกัน แล้วก็ค่อยถามที่ร้าน แต่เราก็เดินแบบงงๆไปถามร้านเช่ารถมอเตอร์ไซค์ว่าถนนฟามงูเหลาเนี่ยมันอยู่ตรงไหน เค้าก็ใจดีนะ พูดอังกฤษไม่ค่อยได้มาก แต่ภาษามือก็ได้อยู่ เราก็เดินมาตามที่เค้าบอก พร้อมกับเปิดGoogle Map ไปด้วย เดินมาแล้วก็หาFUTA BUS เพื่อจะซื้อรถนอนไปดาลัต ก็เจอบริษัททัวร์ เราก็เข้าไปซื้อ ไปคุย โอเค เราได้ตั๋วรถนอนมาในราคา 280,000 ก็ประมาณ 400 บาท น้ำตาจะไหล แต่จุดนั้นเรา   เอ๋อเรื่องเงิน เราก็อ่าโอเค ขึ้นรถตอนเที่ยงคืนนะ เราก็โอเค ฝากกระเป๋าไว้ที่นั่น ละเดินแถวๆนั้น หาอะไรกิน ไปเจอร้านนึง เห็นมีลูกค้าอยู่บ้าง สั่งเฝอ และพิซซ่า 5555 บอกเลยว่า พิซซ่าร้านนี้ไม่อร่อยแรง จ่ะ มื้อนั้นหมดไป200กว่าบาท 555 ก็เดินต่อIMG_8983

เดินไปเรื่อยๆแบบไม่มีจุดมุ่งหมาย คิดว่าเดินดูบ้านเมืองเค้าก็แล้วกัน เดินไปเจอสวนสาธารณะ โอเคนั่งพักกันหน่อย ร้อนมาก ร้อนเท่าๆบ้านเราเลย และที่สำคัญเสียงรถ เสียงบีบแตรมีทุกวินาที วันแรกก็ไม่ค่อยชิน  ต่อๆไปก็จะชินเอง ก็ไปนั่งพักในสวนสาธารณะ มีลมพัดเบาๆ  เพื่อนนี่นางก็นอน ไปได้สักพัก คนดูแลสวนน่าจะอารมณ์ยามอ่ะ มาพูดเวียดนามใส่ แบบประมาณว่าห้ามนอนนะ อ่าโอเคลุงไม่นอนก็ไม่นอน ก็นั่งพักไปยาวๆIMG_8986

สังเกตคนเดินไปเดินมา ฝรั่งเยอะมาก คนจีนและเกาหลีก็เหมือนกัน นั่งสักพักใหญ่ๆ ก็เห็นร้านสมูตตี้ เราก็เดินข้ามถนนไปกินกัน คือ เวลาข้ามถนนนะ ก็ต้องดูช่วงที่ไม่ค่อยมีรถแหละ แต่ก็ต้องกล้าๆหน่อยนะ เราอาจจะตกใจที่คนมาบีบแตรใส่ไรงี้ แต่เราต้องเชิดไว้ อย่าได้แคร์ 5555 ไปกินสมูตตี้ก็รสชาติแย่เหมือนกัน เหมือนไม่ใส่น้ำเชื่อมเลยอ่ะ

IMG_8994

เสียใจ อาหารไม่อร่อยสักอย่าง 555555 เค แล้วก็ไปมินิมาร์ตใกล้ๆซื้อของใช้ และน้ำเปล่า ในเวียดนามเนี่ยจะเห็นแต่มินิมาร์ตนะ ที่ไปมาเจอเซเว่นแค่ที่เดียว ของในมินิมาร์ตก็ถูกกว่าที่ไทยนะ พวกโฟมล้างหน้า ยาสีฟัน ยาสระผมอะไรแบบนี้ ออกจากมินิมาร์ตมา ก็ไปที่สวนอีก นั่งให้เวลามันผ่านไป ตอนเย็นๆที่นี่คนมาออกกำลังกายกันเยอะมาก ที่นั่งอยู่มันเป็นลานโล่งๆ เราก็เห็นคุณลุงคุณป้า คุณพี่ เด็กๆ วัยรุ่นมาออกกำลังกาย เดินรอบสวนบ้าง เอาตะกร้อมาเล่นกันบ้าง วอลเล่บอลบ้าง พีคสุดคือ เค้าขนเสาและเน็ตมาเอง แล้วเล่นแบตกัน เออเจ๋งดี เหมือนเป็นชมรมอะไรสักอย่าง 55555 แต่คนออกกำลังกายเยอะจริงๆนะ ก็นั่งดูเค้าเล่นไป มีคนเวียดนามมาขอให้ถ่ายรูปให้เค้าด้วย แบบพูดเวียดใส่ละยื่นโทรศัพท์มาให้ นี่ก็ไปถ่ายให้เค้าแบบงงๆ พอเสร็จ เราก็พูดอังกฤษใส่ นางก็เอ๋อไปแปป ละขำแล้วเดินหนีไปอย่างเร็ว เราก็เออขำๆ นั่งไปสักพัก อาเจ๊คอร์ดแบตฝั่งเรา ทะเลาะกับลุงคอร์ดแบตที่อยู่อีกวงนึง ทะเลาะแบบฉ้งเฉ้งมาก ชี้หน้าด่ากันเลยงี้ คนก็มาห้ามๆ คือนี่ก็นั่งดูแบบอยากฟังออกมาก เค้าด่าอะไรกัน นี่ก็นั่งเอ๋อๆ ดู 55555 ลุงๆคนอื่นที่เล่นแบตอยู่ก็แบบงานกร่อยเลย 5555

IMG_8995

ก็อยู่ตรงนั้นจนเย็น เดินต่อ แถวๆนั้นแหละ เจอห้าง แบบอยู่ใต้ดิน ถ้าจำไม่ผิดชื่อ TAKA PLAZA มั้งนะ โอเคสวรรค์ เสื้อผ้าก็ราคาพอๆกับบ้านเรา มีเสื้อผ้า รองเท้า อะไรแบบนี้ เราก็ไปหยุดที่ร้านหนังสือ เราชอบมาก มีที่นั่งอ่านหนังสือและร้านกาแฟในร้าน

IMG_8998

เราก็ไปนั่งอ่านหนังสือภาษาอังกฤษและชาร์จแบตโทรศัพท์  นั่งได้เป็นชั่วโมงเลย แล้วก็กินข้าวเย็นในนั้นแหละ เป็นเคบั่บ นี่ก็พีค คือสั่ง2เซ็ต แต่ได้เซ็ตละ2ชิ้น อีผี คือกินไม่หมดและเพิ่มตังค์ไหมละ 55555 เอาเหอะ

IMG_9002

แล้วก็เดินกลับไปที่ร้านที่ฝากกระเป๋าไว้ คือแถวนั้นสองข้างถนนจะมีแบบเค้านั่งกินเบียร์ กินบาร์บีคิว ดูคนเดินไปเดินมา อารมณ์ข้าวสารอ่ะ คือนี่ก็ไปนั่งที่ร้านจองตั๋วอ่ะแหละ เค้าก็เอาเก้าอี้มาให้ ก็นั่งดูไปเป็นชั่วโมงๆ คือก็พีคดีแบบอ่า มันเป็นถนนก็มีรถไปมาตลอดเวลา แต่ก็มีคนเดินเต็มถนนด้วย บางร้านเรียกลูกค้าก็มีโชว์พ่นไฟกลางถนนงี้ แบบเดินไปห้ามรถกลางถนนแล้วพ่นไฟเฉย คือพี่งงมาก แบบนี้ก็ได้หรอ รถก็บีบแตรกันไปเหอะ 55555555555 แล้วมีเด็กคนนึงน่าจะสักสี่ขวบอ่ะ มาแรปโชว์ อย่างเจ๋ง แต่ก็ฟังภาษาเวียดนามไม่ออกหรอก ก็เลยถ่ายวิดีโอเก็บไว้ อีกอย่างคือที่นั่นแบบอ้ปป้าเต็มไปหมด งานดีมากๆ ฝรั่งก็งานดีทั้งผู้หญิงผู้ชายค่ะ ส่องเพลิน 55555 นี่ก็นั่งรอจนเกือบเที่ยงคืน เค้าก็พาไปจุดจอดรถ FUTA BUS นั่งรอ ก็เจอครอบครัวคนไทย แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย ตอนนั้นก็เหนื่อยและง่วง พอรถมาก็งงแบบอ่าว ทำไมรถตู้ งงมาก แล้วนี่ได้นั่งหน้าตรงกลางอึดอัดแบบสุด แต่ก็แบบเออก็ได้วะ 555555 นั่งออกไปนอกเมืองสักพัก รถจอดข้างทางแล้วให้เปลี่ยนรถ คือรอเปลี่ยนรถเกือบชั่วโมง สุดท้ายรถนอนของเราก็มา ขึ้นรถตอนตีหนึ่งกว่าๆ แล้วหลับยาวเลยจ้า เป็นรถนอนที่นอนสบายมากๆ  ตื่นอีกทีคือเช้าที่ดาลัตแล้ว ผ่านวันแรกไปอย่างสาหัสสากันจ้า