Trip review

Review South Vietnam Day-1 [Hojiminh City]

Review ทริปเวียดนามใต้ {โฮจิมินห์ – ดาลัต – มุยเน่} 7 วัน 6 คืน

สวัสดีค่ะ ขอบอกก่อนเลยว่า ทริปนี้เป็นทริปวิบากกรรมค่ะ 555555 เพราะว่าเจอปัญหาตั้งแต่ตอนไป เราไปเวียดนามตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2560 ของสายการบินแอร์เอเชีย ขากลับของนกแอร์ค่ะ รวมค่าเครื่องไปสองคน ตกคนละประมาณ 2500 บาท กว่าๆ

โอเค วันแรก เราไปไฟลท์เช้า กลางคืนเราก็เช็คอินไป คือเพื่อนบอกว่าเช็คอินไปก็เข้าได้เลย เราก็หรอ เค ก็เชื่อมันจ่ะ 5555 ไปถึงสนามบินก็แลกเงิน ได้จับเงินหมื่นเงินแสนก็คราวนี้แหละค่า 5555 เงินเยอะมาก เราก็โอเค ไปที่ตม.ต่อ สรุป ตม.บอกว่าต้องไปเช็คอินที่เคาท์เตอร์อีกที คือเค้าจะมีใบคนเข้าออกอ่า เรียกแบบนี้ละกัน นั่นแหละ เราก็ต้องเสียเวลาอีกจ้า โอเค ในส่วนของเพื่อนเรานั้น พาสปอร์ตนางอายุไม่ถึง 6 เดือน และเจอปัญหาเค้าออกตั๋วให้ชื่อผิด ก็วุ่นวายกัน ผ่านตม.และเครื่องสแกนมาในเวลาที่เฉียดฉิวมา รีบวิ่งสุดแรงไปที่เกท แล้วเกทดันไกลสุด แล้ววิ่งพร้อมกับกระเป๋าเป้เกือบ5กิโล นี่ไม่ตลกนะคะ ถือเป็นการเปิดทริปที่สาหัสอยู่ค่ะ

โอเค เราก็มาขึ้นเครื่องได้ทัน ก็ใช้เวลาชั่วโมงครึ่งโดยประมาณ ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเตินเซินเญิ้ต(Cảng hàng không quốc tế Tân Sơn Nhất) คือคนก็ค่อนข้างเยอะเหมือนกัน เราก็ไปเข้าตม. โอเคเรารอดออกมา แต่เพื่อนเรามีปัญหาเรื่องอายุพาสปอร์ตค่ะ โดนกักตัวไว้ แล้วฟีลแบบเหมือนเราไปเกาหลีเหนือเลยอ่ะ เจ้าหน้าที่ชุดเขียว5555 จำแม่นมาก คือจุดนั้นเราก็หวั่นมาก เจ้าหน้าที่เค้าก็คุยกับเพื่อนเรา ว่าพาสปอร์ตอายุไม่ถึง3เดือนนะ คือปกติเวียดนามพาสปอร์ตต้องมีอายุถึง6เดือนนะคะ แต่เพื่อนเราก็ถือว่าโชคดีที่เจ้าหน้าที่เค้ายังยอมให้ผ่านแล้วบอกว่ากลับไปก็ไปทำใหม่ด้วยอะไรแบบนี้ เรารอเพื่อนอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ก็เสร็จ ออกมาซื้อ ซิมเปลี่ยน เราซื้อแบบที่เล่นอินเตอร์เน็ตได้อย่างเดียว แบบ unlimit 290,000 ดอง คิดเป็นเงินไทยประมาณ400กว่าบาท โคตรแพง แนะนำให้ออกมาซื้อขางล่างของสนามบินนะคะ น่าจะถูกกว่า จากนั้นก็ตามรีวิวที่อ่านมา ขึ้นรถเมย์สาย 152 เข้าเมือง รถจะจอดอยู่ทางขวาสุดตอนที่เราเดินออกมาจากประตูสนามบิน ไปขึ้นเลยค่ะ ถูกมาก คนละ 5000 ดอง ประมาณ 7บาท ก็นั่งไป นาทีนั้นไม่รู้ด้วยว่าต้องลงป้ายไหน จนเหมือนกระเป๋ารถเมย์บอกฟามงูเหลา เราก็ลง แล้วเราก็ยืนเคว้งคว้างกันสองคนพร้อมกับคิดว่า มันใช่จริงๆหรอวะ 55555 จากนั้นเราก็ลองเดินๆแถวนั้น ตอนแรกคิดว่าจะหาอะไรกินกัน แล้วก็ค่อยถามที่ร้าน แต่เราก็เดินแบบงงๆไปถามร้านเช่ารถมอเตอร์ไซค์ว่าถนนฟามงูเหงาเนี่ยมันอยู่ตรงไหน เค้าก็ใจดีนะ พูดอังกฤษไม่ค่อยได้มาก แต่ภาษามือก็ได้อยู่ เราก็เดินมาตามที่เค้าบอก พร้อมกับเปิดGoogle Map ไปด้วย เดินมาแล้วก็หาFUTA BUS เพื่อจะซื้อรถนอนไปดาลัต ก็เจอบริษัททัวร์ เราก็เข้าไปซื้อ ไปคุย โอเค เราได้ตั๋วรถนอนมาในราคา 280,000 ก็ประมาณ 400 บาท น้ำตาจะไหล แต่จุดนั้นเรา   เอ๋อเรื่องเงิน เราก็อ่าโอเค ขึ้นรถตอนเที่ยงคืนนะ เราก็โอเค ฝากกระเป๋าไว้ที่นั่น ละเดินแถวๆนั้น หาอะไรกิน ไปเจอร้านนึง เห็นมีลูกค้าอยู่บ้าง สั่งเฝอ และพิซซ่า 5555 บอกเลยว่า พิซซ่าร้านนี้ไม่อร่อยแรง จ่ะ มื้อนั้นหมดไป200กว่าบาท 555 ก็เดินต่อ เดินไปเรื่อยๆแบบไม่มีจุดมุ่งหมาย คิดว่าเดินดูบ้านเมืองเค้าก็แล้วกัน เดินไปเจอสวนสาธารณะ โอเคนั่งพักกันหน่อย ร้อนมาก ร้อนเท่าๆบ้านเราเลย และที่สำคัญเสียงรถ เสียงบีบแตรมีทุกวินาที วันแรกก็ไม่ค่อยชิน  ต่อๆไปก็จะชินเอง ก็ไปนั่งพักในสวนสาธารณะ มีลมพัดเบาๆ  เพื่อนนี่นางก็นอน ไปได้สักพัก คนดูแลสวนน่าจะอารมณ์ยามอ่ะ มาพูดเวียดนามใส่ แบบประมาณว่าห้ามนอนนะ อ่าโอเคลุงไม่นอนก็ไม่นอน ก็นั่งพักไปยาวๆ สังเกตคนเดินไปเดินมา ฝรั่งเยอะมาก คนจีนและเกาหลีก็เหมือนกัน นั่งสักพักใหญ่ๆ ก็เห็นร้านสมูตตี้ เราก็เดินข้ามถนนไปกินกัน คือ เวลาข้ามถนนนะ ก็ต้องดูช่วงที่ไม่ค่อยมีรถแหละ แต่ก็ต้องกล้าๆหน่อยนะ เราอาจจะตกใจที่คนมาบีบแตรใส่ไรงี้ แต่เราต้องเชิดไว้ อย่าได้แคร์ 5555 ไปกินสมูตตี้ก็รสชาติแย่เหมือนกัน เหมือนไม่ใส่น้ำเชื่อมเลยอ่ะ เสียใจ อาหารไม่อร่อยสักอย่าง 555555 เค แล้วก็ไปมินิมาร์ตใกล้ๆซื้อของใช้ และน้ำเปล่า ในเวียดนามเนี่ยจะเห็นแต่มินิมาร์ตนะ ที่ไปมาเจอเซเว่นแค่ที่เดียว ของในมินิมาร์ตก็ถูกกว่าที่ไทยนะ พวกโฟมล้างหน้า ยาสีฟัน ยาสระผมอะไรแบบนี้ ออกจากมินิมาร์ตมา ก็ไปที่สวนอีก นั่งให้เวลามันผ่านไป ตอนเย็นๆที่นี่คนมาออกกำลังกายกันเยอะมาก ที่นั่งอยู่มันเป็นลานโล่งๆ เราก็เห็นคุณลุงคุณป้า คุณพี่ เด็กๆ วัยรุ่นมาออกกำลังกาย เดินรอบสวนบ้าง เอาตะกร้อมาเล่นกันบ้าง วอลเล่บอลบ้าง พีคสุดคือ เค้าขนเสาและเน็ตมาเอง แล้วเล่นแบตกัน เออเจ๋งดี เหมือนเป็นชมรมอะไรสักอย่าง 55555 แต่คนออกกำลังกายเยอะจริงๆนะ ก็นั่งดูเค้าเล่นไป มีคนเวียดนามมาขอให้ถ่ายรูปให้เค้าด้วย แบบพูดเวียดใส่ละยื่นโทรศัพท์มาให้ นี่ก็ไปถ่ายให้เค้าแบบงงๆ พอเสร็จ เราก็พูดอังกฤษใส่ นางก็เอ๋อไปแปป ละขำแล้วเดินหนีไปอย่างเร็ว เราก็เออขำๆ นั่งไปสักพัก อาเจ๊คอร์ดแบตฝั่งเรา ทะเลาะกับลุงคอร์ดแบตที่อยู่อีกวงนึง ทะเลาะแบบฉ้งเฉ้งมาก ชี้หน้าด่ากันเลยงี้ คนก็มาห้ามๆ คือนี่ก็นั่งดูแบบอยากฟังออกมาก เค้าด่าอะไรกัน นี่ก็นั่งเอ๋อๆ ดู 55555 ลุงๆคนอื่นที่เล่นแบตอยู่ก็แบบงานกร่อยเลย 5555

ก็อยู่ตรงนั้นจนเย็น เดินต่อ แถวๆนั้นแหละ เจอห้าง แบบอยู่ใต้ดิน ถ้าจำไม่ผิดชื่อ TAKA PLAZA มั้งนะ โอเคสวรรค์ เสื้อผ้าก็ราคาพอๆกับบ้านเรา มีเสื้อผ้า รองเท้า อะไรแบบนี้ เราก็ไปหยุดที่ร้านหนังสือ เราชอบมาก มีที่นั่งอ่านหนังสือและร้านกาแฟในร้าน เราก็ไปนั่งอ่านหนังสือภาษาอังกฤษและชาร์จแบตโทรศัพท์  นั่งได้เป็นชั่วโมงเลย แล้วก็กินข้าวเย็นในนั้นแหละ เป็นเคบั่บ นี่ก็พีค คือสั่ง2เซ็ต แต่ได้เซ็ตละ2ชิ้น อีผี คือกินไม่หมดและเพิ่มตังค์ไหมละ 55555 เอาเหอะ แล้วก็เดินกลับไปที่ร้านที่ฝากกระเป๋าไว้ คือแถวนั้นสองข้างถนนจะมีแบบเค้านั่งกินเบียร์ กินบาร์บีคิว ดูคนเดินไปเดินมา อารมณ์ข้าวสารอ่ะ คือนี่ก็ไปนั่งที่ร้านจองตั๋วอ่ะแหละ เค้าก็เอาเก้าอี้มาให้ ก็นั่งดูไปเป็นชั่วโมงๆ คือก็พีคดีแบบอ่า มันเป็นถนนก็มีรถไปมาตลอดเวลา แต่ก็มีคนเดินเต็มถนนด้วย บางร้านเรียกลูกค้าก็มีโชว์พ่นไฟกลางถนนงี้ แบบเดินไปหามรถกลางถนนแล้วพ่นไฟเฉย คือพี่งงมาก แบบนี้ก็ได้หรอ รถก็บีบแตรกันไปเหอะ 55555555555 แล้วมีเด็กคนนึงน่าจะสักสี่ขวบอ่ะ มาแรปโชว์ อย่างเจ๋ง แต่ก็ฟังภาษาเวียดนามไม่ออกหรอก ก็เลยถ่ายวิดีโอเก็บไว้ อีกอย่างคือที่นั่นแบบอ้ปป้าเต็มไปหมด งานดีมากๆ ฝรั่งก็งานดีทั้งผู้หญิงผู้ชายค่ะ ส่องเพลิน 55555 นี่ก็นั่งรอจนเกือบเที่ยงคืน เค้าก็พาไปจุดจอดรถ FUTA BUS นั่งรอ ก็เจอครอบครัวคนไทย แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย ตอนนั้นก็เหนื่อยและง่วง พอรถมาก็งงแบบอ่าว ทำไมรถตู้ งงมาก แล้วนี่ได้นั่งหน้าตรงกลางอึดอัดแบบสุด แต่ก็แบบเออก็ได้วะ 555555 นั่งออกไปนอกเมืองสักพัก รถจอดข้างทางแล้วให้เปลี่ยนรถ คือรอเปลี่ยนรถเกือบชั่วโมง สุดท้ายรถนอนของเราก็มา ขึ้นรถตอนตีหนึ่งกว่าๆ แล้วหลับยาวเลยจ้า เป็นรถนอนที่นอนสบายมากๆ  ตื่นอีกทีคือเช้าที่ดาลัตแล้ว ผ่านวันแรกไปอย่างสาหัสสากันจ้า T^T